๓ พรรณไม้แห่งประวัติศาสตร์ความทรงจำ
ณ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จังหวัดเชียงใหม่
สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จังหวัดเชียงใหม่ มิได้เป็นเพียงแหล่งอนุรักษ์และศึกษาพรรณไม้ของประเทศ หากยังเป็นเครื่องระลึกถึงพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านพรรณไม้ทรงปลูกที่ยังคงเติบโต เบ่งบาน และให้ร่มเงา ดังน้ำพระราชหฤทัยที่แผ่ปกนักอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากหลากหลายโครงการตามพระราชดำริจนถึงปัจจุบัน
พรรณไม้ทรงปลูกในสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ มีจำนวน ๓ ชนิดที่สะท้อนทั้งคุณค่าทางธรรมชาติและความหมายอันเป็นมงคล ได้แก่ ไทรย้อยใบพิกุล ต้นตาว และเอื้องแซะหลวง
#ไทรย้อยใบพิกุล หรือ #ไทรย้อยใบแหลม ทรงปลูกเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๙ เพื่อเป็นที่ระลึกในคราวทรงประกอบพิธีเปิดป้ายสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
ตามความเชื่อไทยโบราณ ต้นไทรเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่มเย็นและความเป็นสิริมงคล ต้นไทรย้อยใบพิกุลทรงปลูกนี้ ตั้งอยู่บริเวณกลางสวนพฤกษศาสตร์ฯ แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา เป็นสัญลักษณ์แห่งความทรงจำคู่สวนพฤกษศาสตร์ฯ มากว่า ๒๙ ปี และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของเจ้าหน้าที่ทุกคนให้หวนคำนึงถึงพันธกิจของสวนพฤกษศาสตร์นับแต่วันเปิดทำการ
พรรณไม้ทรงปลูกอีกชนิดหนึ่งคือ #ต้นตาว หรือ #ต้นต๋าว ตามภาษาพื้นถิ่นภาคเหนือ ภายในเรือนกระจกป่าดิบชื้น
ตาวเป็นพืชที่มีประโยชน์หลากหลาย สามารถใช้ได้เกือบทุกส่วน โดยเฉพาะผลตาวซึ่งนำมาแปรรูปเป็นลูกชิด องค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ต้นตาวจึงมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์พืชพื้นถิ่นที่มีแนวโน้มลดจำนวนลง
ต้นตาวเป็นพืชที่ออกดอกและติดผลเพียงครั้งเดียวตลอดช่วงชีวิต ต้นตาวที่ปรากฏในปัจจุบันเติบโตจากเมล็ดพันธุ์ของต้นตาวที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงปลูกไว้เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ สะท้อนพระราชปณิธานรักษ์ธรรมชาติ ที่ต้องการให้สืบสานและรักษาต้นตาวจากรุ่นสู่รุ่น
พรรณไม้ทรงปลูกชนิดที่สามคือ #เอื้องแซะหลวง กล้วยไม้ป่าหายากทรงปลูกเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔
เอื้องแซะหลวงเป็นกล้วยไม้อิงอาศัย โดยเกาะอยู่บนต้นไม้ในพื้นที่สูง มีความต้องการสภาพแวดล้อมเฉพาะ ทั้งอุณหภูมิและระดับความสูงจากระดับทะเล
ปัจจุบัน ต้นเอื้องแซะหลวงทรงปลูกได้รับการอนุรักษ์ในพื้นที่เหมาะสมตามธรรมชาติ และสวนพฤกษศาสตร์ได้ดูแลการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์กล้วยไม้ชนิดนี้จากต้นเอื้องแซะหลวงในห้องปฏิบัติการ เพื่อการศึกษา อนุรักษ์ และป้องกันการสูญพันธุ์ของพรรณไม้ชนิดนี้ ต่อยอดพระราชปณิธานด้วยการแสวงหาแนวทางอนุรักษ์ไม้หายาก ไม่ให้สูญพันธุ์ เพื่อความดำรงอยู่ของความหลากหลายทางชีวภาพในป่าไม้เมืองไทยสืบต่อไป
พรรณไม้ทรงปลูกทั้ง ๓ ชนิด แม้จะแตกต่างกันทั้งลักษณะและถิ่นอาศัย แต่ล้วนสะท้อนพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพของไทยอย่างชัดเจน การดูแลรักษา ศึกษา และขยายพันธุ์ พรรณไม้เหล่านี้ จึงมิได้เป็นเพียงการอนุรักษ์พืช หากเป็นการสืบสานแนวคิดและพระราชดำริที่ทรงวางรากฐานไว้ เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติของไทยคงอยู่อย่างยั่งยืน และส่งต่อถึงอนุชน งอกงามผ่านรุ่นแล้วรุ่นเล่าไปอีกนานแสนนาน