โคราช คิกออฟ ปล่อยชุดปฏิบัติการ ยับยั้งฝุ่นPM2.5 ย้ำ เผาป่า เผาพื้นที่การเกษตรมีโทษถึงติดคุก

โคราช คิกออฟ ปล่อยชุดปฏิบัติการ ยับยั้งฝุ่นPM2.5  ย้ำ เผาป่า เผาพื้นที่การเกษตรมีโทษถึงติดคุก
วันนี้(6มค65)ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี  อ.เมือง  จ.นครราชสีมา  นายวิเชียร  จันทรโณทัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา  เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมคิกออฟปฏิบัติการทั้งจังหวัดกำจัด PM2.5 พร้อมทั้งนำหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 40 องค์กรร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ แสดงเจตนารมณ์ รณรงค์  ป้องกัน  และรับมือกับปัญหามลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5  บนแผ่นกระดานยักษ์ขนาดความสูง 2 เมตร ยาว 3 เมตร เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาไฟป่าหมอกควัน และการปฏิบัติตัวเพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)  นอกจากนี้ยังได้ปล่อยแถวชุดปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5  ซึ่งประกอบด้วย ชุดปฏิบัติการ บิ๊กคลีนนิ่ง ล้างทำความสะอาดถนน  ชุดปฏิบัติการควบคุมการเผาในพื้นที่การเกษตรและชุดปฏิบัติการควบคุมไฟไหม้ริมทางหลวงอีกด้วย

นายวิเชียร  จันทรโณทัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา  กล่าวว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าฝุ่น PM ๒2.5 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้งของทุกปีระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป สภาพอากาศของประเทศไทย จะเกิดความแห้งแล้งและมีลมกระโชกแรง ประกอบกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศโลกอันเป็นผลเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศป่าไม้ ซึ่งมีสาเหตุจากการประกอบอาชีพหาของป่า ล่าสัตว์ การทำการเกษตรกรรมใกล้พื้นที่ป่า และการเผาในที่โล่งในพื้นที่ชุมชนและเกษตรกรรม การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การก่อสร้าง และยานพาหนะที่มีจำนวนมากขึ้น จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก
PM2.5  ได้ง่ายซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและการดำเนินกิจกรรมประจำวันของประชาชนเป็นบริเวณกว้าง  จังหวัดนครราชสีมาได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นพร้อมทั้งออกประกาศขอความร่วมมือห้ามเผาเด็ดขาด ในช่วงปลายฤดูหนาวต่อเนื่องฤดูแล้ง โดย ห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่เกษตรกรรม หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องเผาในพื้นที่เกษตรกรรม จะต้องทำแนวกันไฟและควบคุมการเผาอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้แจ้งขออนุญาตจากกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านในเขตปกครองท้องที่นั้น ก่อนเข้าดำเนินการทุกครั้ง ห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่ริมทางหลวง และริมทางหลวงท้องถิ่น ซึ่งหากพบเห็นให้แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบเขตทางหลวง นั้น เข้าดำเนินการระงับเหตุ รวมทั้งให้มีการบังคับใช้กฎหมายทางหลวงกับผู้กระทำผิด อย่างเคร่งครัด ขอความร่วมมือประชาชน งดจุดธูปเทียนเพื่อลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก หากพบเห็นไฟไหม้ป่า ไฟไหม้ในที่โล่งพื้นที่ต่างๆ พื้นที่ริมทางหลวง หรือพื้นที่ริมทางหลวงท้องถิ่น ขอให้ช่วยดับไฟ และหากไม่สามารถดำเนินการได้ ขอให้แจ้งหน่วยงานควบคุมไฟป่าอำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือโทรสายด่วนได้ที่ สายด่วนนิรภัย 1784 แจ้งเหตุด่วน เหตุร้าย 191สายด่วนไฟป่า 1362 สายด่วนทางหลวง 1586 และสายด่วนทางหลวงชนบท 1141 ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่ง ผู้ใดฝ่าฝืนจุดไฟผาป่าหรือเผาในที่โล่งพื้นที่ต่างๆ อาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2485 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติพ.ศ. 2504พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัย พ.ศ. 2550 พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ
สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้งเทศบัญญัติหรือข้อบัญญัติของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ละแห่งที่ได้กำหนดไว้ โดยมีบทกำหนดโทษตามกฎหมายดังกล่าว
นายวิเชียร กล่าว 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image


คะแนนโหวต :